จากที่เคยเขียน EP.01 และ EP.02 ไว้เมื่อปี 2024

จากวันนั้นลากมาสู่วันนี้ในกลางปี 2025 อาจจะมาสรุปช้าไปหน่อย
ช่วงนี้เริ่มกลับมามีเวลาเขียน Blog อีกครั้ง เลยแวะมาเขียน
ปีนี้ลงเพิ่มจะมี ทอง กับ BTC ด้วย เรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า

ก่อนอื่นผมเองจะสรุปของปี 2024 ที่แล้วไว้แบบนี้ว่ากำไรยังไงเท่าไรบ้าง
– หุ้นไทยกำไรมา 10% (รวมปันผลแล้ว)
– หุ้นนอกกำไรมา 20%
ทั้งหมดได้มีการตัดขายไปบ้างแล้วพร้อมกับเข้าใหม่บางตัว

สัดส่วนจากปีที่แล้วหน้าตาจะไม่เหมือนปีนี้เลยก็ว่าได้
เริ่มจากขายทิ้งเกือบหมด พร้อมกับตัดขาดทุนที่ตัว PTTEP ทิ้งไปด้วย
จะมีเพียง SCB ที่ยังเก็บมาจากปีที่แล้วจนถึงตอนนี้
ปีนี้ได้มีการเข้าซื้ออะไรแล้วเป็นยังไงจะเล่าไว้ดังนี้

  • TISCO ก่อนหน้านี้กลับมาซื้อและถือไว้ 50% ของพอร์ต
    เพราะจะกลับไปเน้นเรื่องปันผลตามแนวทางเดิมที่ตั้งใจไว้
    ตัดขายไปตอนพ้นทุน และถือเงินสดรอไว้แทน
  • ADVANC ตัวนี้เข้าในจังหวะที่ย่อลงแบบไม่ได้ตั้งใจช่วงนั้นมีกระแสเงินสดถือไว้
    บวกกับมีรายได้เข้ามา เลยเข้าไว้ในจังหวะย่อรอขาย เพราะตัวนี้มันไม่ไช่สายปันผลตามที่ตั้งใจไว้
  • SCB เป็นตัวเดียวที่ถือไว้ตั้งแต่แรก และยังมีการเข้าเพิ่มเพราะในเหตุผล
    เป็นหุ้นที่ปันผลสูง
  • LANNA เป็นหุ้นสายพลังงานถ่านหิน เข้าไว้เพราะอยากแบ่งพอร์ตไปสายพลังงานนิดหน่อย
    ที่เน้นปันผลสูง เข้าแบบแค่อยากเอามาแชร์พอร์ตกระจายความเสียง
  • CPNCG ตัวนี้เข้าแบบดูผ่านๆกระจายความเสี่ยงเล็กๆ
  • M หรือ MK เป็นตัวที่เข้ามาล่าสุดไม่นานนี้ ผมเข้าตอนช่วงนี้ MK ประกาศเปิดร้าน Bonus Suki
    เข้าเพราะมีเงินสดไว้ แล้วรู้สึกชอบเป็นการส่วนตัว แต่เข้าไว้แบบลุ้นเล็กๆ ไม่เกิน 5% ของพอร์ต
    กลายเป็นกำไร 13% ซึ่งเยอะสุดในพอร์ต แต่ถ้าจะให้เข้าเพิ่มยังไงก็คงถือไม่เกิน 5% ของพอร์ต
    เพราะด้วยความเสี่ยง ที่เราไม่่อยากเสี่่ยง

สรุปหุ้นไทยมาครึ่งปีตอนนี้คือเท่าทุนเพราะมีตัดขาดทุนไปด้วย รวมกับที่บวกมาก็คือเท่าทุนอยู่
แต่อันนี้ยังไม่รวมปันผลปลายปีที่ยังไม่เข้ามา ณ ตอนนี้คือขายไปบางส่วนแล้วถือเงินสดรอจังหวะ
สำหรับในส่วนของหุ้นไทย

มาในส่วนของหุ้นนอกกันบ้าง หน้าตาก็จะคล้ายๆกับ EP เดิมๆ
จะสรุปแบบเร็วๆว่า ขายทิ้งไปบางส่วน และ เอาไปเพิ่มบางส่วน
แต่ที่ชัดๆและเน้นคือ

  • Netflix ช่วงปลายปีผมมีความรู้สึกว่า เป็นบริษัทที่น่าจะมาในหลายๆเรื่อง
    เลยค่อยๆเพิ่มมาจนเป็นสัดส่วนที่มากที่สุด ถ้าไม่นับในส่วนของ % กำไร
    ที่รวมเข้าไป Netflix คือหุ้นที่ผมซื้อเยอะที่สุด ณ ตอนนี้
  • Roblox ตัวนี้จะเข้ามาหลายครั้งแล้วจนล่าสุดพึ่งเข้าไปไม่กี่อาทิตย์ก่อน
    ช่่วงที่ก่อนประกาศงบ
  • QQQI และ JEPQ ผมเข้าไว้ประมาณ 5% เท่าๆกัน สองตัวนี้เป็น ETF ในรูปแบบหุ้น
    ซึ่งจะปันผลทุกๆเดือน ผมซื้อในความคิดแบบนี้ทีคิดเอง
    ว่าเมื่อ QQQI ปันผลช่วงปลายเดือน ก็จะเอาเงินปันผลไปซื้อ JEPQ
    แล้วพอ JEPQ ปันผลช่วงต้นเดือนก็จะเอาไปซื้อ QQQI เพื่อรอปันผลแบบนี้วนๆไป
    โดยที่จะไม่สนเรื่องราคาว่าราคาเท่าไรออกแล้วซื้อเลยในหลักแบบ DCA ปกติเลย

สรุปในปี 2025 หุ้นนอกจะกำไรอยู่ประมาณ 12-15% ในครึ่งปีนี้
แต่ต้องอธิบายว่า USD ปีที่แล้วมัน 34 บาทกว่าๆ ตอนนี้มัน 32 บาทกว่า
หายไป 2 บาทเลยนะ ถ้ามี $100000 ก็หายไป 200000 บาท ฟ้งแล้วสยอง 55555

เป้าหมายในการลงทุนทองทีตั้งใจไว้ช่วงปลายปีที่แล้วว่า
ภายในปี 2025 จะต้องซื้อทองให้ได้ครบ 1 oz ซึ่งช่วงต้นปีก่อนทองจะพุ่ง
ผมได้ซื้อไว้จนครบแล้ว ก็จะมีจังหวะย่อทีก็เข้าซื้อทีถ้ามีเงินเหลือ
จนตอนนี้กำไรทองมาได้ประมาณ 10%
(ขอดีของการซื้อผ่านแอปคือมีน้อยซื้อน้อยได้มีมากซื้อมากได้)

ส่วนตัวได้มีการกลับมาแบ่งและไล่ซื้อ BTC ไว้ด้วยเข้าทุกๆครั้งที่ย่อ
แบบหลักการเดียวกับทองเลย ก็กำไรมาอยู่ประมาณ 15-20% ตอนนี้
ลงก็ไม่สนไม่ขายออกเลย ซื้อเติมอย่างเดียวทุกช่วงที่มีการย่อถ้ามีเงินสดเหลือ

ผมเองลงทุนหุ้นไทย หุ้นนอก และ ทองคำผ่านทางแอป Dime!
จะเป็นแอปของทาง ธนาคารเกียรตินาคินภัทร สามารถหาข้อมูลได้ที่ https://dime.co.th/
ผมเองไม่ได้รับโฆษณาอะไรแต่อยากไร เป็นแค่ผู้บริโภคท่านหนึ่งเลยมาแชร์ให้ได้อ่าน

*** ทุกๆการลงทุนมีความเสี่ยง ไม่ใช่บทความชักชวนการลงทุน แค่มาแชร์และเล่าสู่กันฟัง ***

เคยเป็น Blogger เมื่อนานมาแล้ว และก็สุดท้ายระยะเวลาผ่านไปเกือบ 7-8 ปี ก็กลับมาจุดที่เป็น Blogger อีกครั้ง