ระยะหลังๆผมมักจะชอบอ่านหนังสือแนวพัฒนาตนเองและการใช้ชีวิตมากๆ
แต่ก็สะดุดกับชื่อเล่มนี้มาก “พลังของคนที่กล้าทำอะไรคนเดียว” นับว่าหลังอ่านจบ
เข้ากับความรู้สึกผมในช่วงนี้มากๆ กับการใช้ชีวิตอยู่คนเดียว….

คำว่าความสุขที่เราเข้าใจ และ พยายามหา รวมไปถึงการพยายามที่จะสร้าง
แต่ตัวแปรหลักจริงๆแล้ว มันคือตัวเราเองนี่ละที่ไม่ต้องตามหาหรือสร้าง
แต่แค่เปลี่ยนแนวคิดเพียงเล็กน้อย

หนังสือเล่มนี้น่าจะเป็นเล่มที่ใช้เวลาอ่านนานมากๆผมพกไปพกมาติดตัวตลอด
ว่างๆแล้วก็จะหยิบขึ้นมาอ่านกลายเป็นว่า ณ ตอนนี้ผมใช้เวลาอ่านเล่มนี้มาน่าจะเกือบ 2-3 เดือน
แต่สุดท้ายจากการที่พกติดตัวไปตลอด จึงอ่านซ้ำไปซ้ำมาบางบท 2-3 รอบเช่นกัน

จากประสบการณ์ส่วนตัวด้วยแล้วบวกกับเนื้อหาเล่มนี้เข้าไปด้วย
สิ่งที่ผมเองรู้สึกว่ามันโดนใจมาก และชัดมากๆในความรู้สึกคือเรื่อง
“การเลิกคาดหวังกับคนอื่นหรือสิ่งอื่น” ส่วนตัวชอบเรื่องนี้มาก
เมื่อไรที่เอาความสุขของตัวเราเองไปอยู่กับสิ่งที่คนอื่นจะทำให้เรา
มันเหมือนคือการเอาคำว่า “ความสุข” ไปเสี่ยงดวงไม่ต่างอะไรกับกล่องสุ่มเลย

ดังนั้นถ้าความสุขสำคัญ เราต้องไม่มีความคาดหวังจากคนอื่น
ฟังดูเหมือนจะดูโหดร้ายก็จริง แต่สำหรับผมวันนี้ผมว่ามันคือความจริง
(เรื่องนี้อยู่ที่ บทที่ 2 และ 6 ของเล่ม)

แต่ในทุกๆเรื่องทุกๆอย่างมันต้องมีความพอดี ความพอดีในที่นี้คืออะไร
มันคือสิ่งที่เราทำแล้วดูไม่พยายามมากจนเกินไปจนมันล้นออกมา
สังคมหรือเพื่อนเราก็มี แต่มีแบบเท่าที่จำเป็น หรือแบ่งว่าเราควรสนิทกับใคร
ผมเองอาจจะเป็นคนที่มีปมมาตั้งแต่สมัยเรียนเกี่ยวกับเรื่องนี้
จนทุกวันนี้เหมือนระวังตัวระวังความสัมพันธ์จะมีระยะอยู่เสมอตลอด

เอาเป็นว่าหนังสือ “พลังของคนที่กล้าทำอะไรคนเดียว” มันอาจจะไม่เหมาะกับทุกคน
แต่ใครที่เริ่มรู้สึกว่าไม่เป็นตัวของตัวเอง เวลาชีวิตมันดูน้อยลง
มีเพื่อน มีคนรู้จัก มากจนรู้สึกว่ามันมากจนเกินไป
ทำไมคนที่เราคาดหวังในชีวิตเรา เค้าไม่ทำอะไรที่เข้าใจตัวเรา
เล่มนี้อาจจะมีทางออก มีคำตอบที่ไม่มากก็ไม่น้อยจนเกินไป
อ่านจบอาจจะสรุปชีวิตเส้นทางตัวเองได้ชัดขึ้น

“อย่าได้ให้มาตรฐานสังคมบางอย่างมาเป็นตัวแปรหลักในการตัดสินใจ”


เคยเป็น Blogger เมื่อนานมาแล้ว และก็สุดท้ายระยะเวลาผ่านไปเกือบ 7-8 ปี ก็กลับมาจุดที่เป็น Blogger อีกครั้ง

Exit mobile version